I AM AN ARCHITECT 8
posted on 29 Apr 2012 13:57 by loverboy in ABOUT-MEทำงานออฟฟิสมาเกือบสิบเอ็ดเดือนเต็มแล้ว
เหลืออีกเดือนเดียวก็จะครบปี
เอาเข้าจริงเราก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าจะเอาไงกับชีวิตดี
จากตอนแรกที่คิดเอาเองว่าทำงานไปสักพักก็คงรู้แล้วว่าจะเอายังไงต่อ
แต่ตอนนี้เกือบปีแล้ว
ก็ยังเรื่อยๆอยู่เลย
อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนเรื่อยๆมาก
แบบว่าให้ทำก็ทำไปได้เรื่อยๆน่ะ
ที่จริงอยากออกไปหาอะไรที่ตัวเองชอบทำจริงๆเหมือนกัน
แต่ว่าก็จะรู้สึกว่าชีวิตตัวเองไร้ค่าประมาณนึงถ้าต้องออกมาให้พ่อแม่เลี้ยงอีกรอบ
----
เรากำลังเก็บเงิน
ช่วงหลังนี้ก็เก็บได้บ้างไม่ได้บ้าง
คาดว่าครบปีนึงน่าจะมีเงินเก็บประมาณแสนกว่าบาท
ก็เอาไปเรียนของที่อยากเรียนได้สามคอร์สครึ่ง
----
ช่วงนี้ซื้อนิยายเยอะมาก เงินหมดไปกับส่วนนี้โคตรเยอะ
ที่จริงเงินเก็บเราควรทะลุเป้าไปตั้งแต่ต้นปีแล้ว
แต่เพราะค่าสอบ กส. บวกกับโน่นนั่นนี่เยอะแยะไปหมด
ทำให้เรายังต้องเก็บเงินงกๆตามแผนไปเรื่อยๆ
ไม่ได้เหนื่อยมากเท่าไหร่ เพราะอยู่ที่บ้านตัวเอง
ค่าใช้จ่ายก็ไม่ค่อยมี
----
แต่เหนื่อยใจกับหลายคนประมาณนึง
ที่ออฟฟิสก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดีนั่นแหละ
ที่จริงคนดีเยอะมาก
แต่เวลาเจอชอทที่ไม่ดีเข้าไปนี่โคตร damaged
บางทีเราอาจจะจิตไม่แข็งพอก็ได้แหละมั้ง
พูดแล้วก็เหมือนกลับไปเรื่องเดิมๆที่เคยบ่นไปเมื่อนานมาแล้ว
เราไม่ชอบคนที่พูดจาไม่รักษาน้ำใจคนอื่น
คือการพูดตรงกับการพูดไม่คิดมันไม่เหมือนกัน
คนพูดไม่คิดหลายคนจะพูดว่าตัวเองเป็นคนพูดตรง
เชื่อเราเหอะ มันไม่ใช่เลย
การพูดตรงไม่ได้หมายความว่าคุณมีสิทธิ์พูดจาทำร้ายน้ำใจหรือพูดจาไม่เห็นหัวคนอื่นได้อย่างสนุกปากนะ
อย่าได้เข้าใจผิด
เราเชื่อในการพูดจากันอย่างมีเหตุผล
เราไม่ชอบให้ใครพูดกระแนะกระแหน
อันนี้เหมือนไม่เกี่ยวแต่ก็แอบเกี่ยว
เราไม่ชอบเวลามีคนพูดเข้าข้างตัวเอง แล้วพูดเหมือนคนอื่นที่ไม่ได้คิดแบบเดียวกันเป็นคนโง่
คือต่อให้ไม่ได้โดนกะตัวแต่ก็หงุดหงิด
เจอมาหลายชอทเหมือนกัน หงุดหงิดไปหลายทีด้วย
แต่ก็ทำเป็นลืมๆไป
เพราะขนาดตอนพูด เขายังไม่คิด
เขาก็คงไม่คิดหรอกว่ามันจะทำให้คนฟังไม่สบายใจหรือไม่พอใจยังไง
----
มันมีหลายชอทเหมือนกันที่ทำให้เราคิดว่า เออ ออกดีกว่าว่ะ
ต่อให้งานสนุกแค่ไหน แต่ถ้าสภาพแวดล้อมไม่ดีก็คงไม่ไหวเหมือนกัน
อย่างที่บอกไป คนดีเยอะมาก
แต่คนไม่ดีที่มีอยู่น้อยคนนี่ก็ damage เราได้ประมาณนึงเลย
ยังคิดอยู่ว่าที่จริงคงเป็นความผิดเราเอง
เป็นเราเองที่คิดว่าเขาเป็นคนดี เป็นเราเองที่วาดภาพเขาเอาไว้ดีมาก
พอมาเจอหลายอย่างเข้าไปก็เลยพูดไม่ออกเอง
----
ประกอบกับเราเพิ่งตระหนักว่าอาชีพนี้ทำลายสุขภาพอย่างมากมายมหาศาล
ที่เราไม่สบายอยู่ทุกวันนี้สาเหตุมาจากนาฬิกาชีวิตที่ไม่ปกติจากการเรียนและการทำงาน
อันนี้ไม่ได้คิดเอาเองนะ หมอบอกมา
คนรอบตัวเราหลายคนพูดเหมือนกันว่าสิ่งที่เราทำกับสิ่งที่ได้รับตอบแทนมามันไม่คุ้มกันแม้แต่น้อย
ทั้งเรื่องเงินเดือน สุขภาพที่เสียไป สังคมที่เสียไป เยอะแยะมากมาย
ที่บ้านไม่เห็นด้วยกับการใช้ชีวิตแบบนี้ซักเท่าไหร่
เจ้านายเราเคยพูดว่า เดือนนึงเขาใช้เงินน้อยมาก
ไปเล่าให้ที่บ้านฟังแบบไม่ได้คิดอะไร เราคิดแค่ว่าเจ้านายเราเจ๋ง
บริหารเงินเก่ง อะไรประมาณนี้
มันก็ดูเป็นเหตุผลประมาณนึง ว่าเงินเดือนเท่านี้มันก็อยู่ได้สบายๆ
เราเองก็อยู่ได้ด้วยเงินเดือนระดับนี้แบบสบายๆ ไม่มีอาการชักหน้าไม่ถึงหลังเลย
ป่าป๊ากับหม่าม๊าเงียบไปพักใหญ่แล้วถามกลับมา
-แล้วเขาไม่คิดว่าคนที่ทำงานกับเขาจะต้องตั้งตัวได้บ้างเลยหรือไงนะ-
พอฟังไปแบบนี้เราก็สะอึกไปนิดหน่อย
ก็จริงแฮะ
เราไม่กล้าไปเทียบกับอาชีพอื่นว่าเขาทำงานหนักน้อยกว่าแต่ได้เงินเยอะกว่า
เราเชื่อว่าทุกอาชีพเหนื่อยเหมือนกันหมด แต่เป็นคนละแบบ
แต่อัตราผลตอบแทนของวิชาชีพเรามันน้อย
ไม่รู้พูดแบบนี้ถูกหรือเปล่า
เอาใหม่
อัตราค่าเหนื่อยมันน้อย
พูดเรื่องนี้แล้วเดี๋ยวจะยาว
เราไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงดี
กับงาน เราเฉยๆมาก ทำได้เรื่อยๆ
อันที่จริงเราคิดว่าต่อให้เราทำอาชีพอะไร เราก็คงทำได้เรื่อยๆนั่นแหละ
แต่กับอีกหลายเรื่องที่พูดไป
เหมือนจะเป็นปัจจัยหลักประมาณนึงสำหรับเราเลย
ตอนนี้ก็ตัดสินใจไปเรื่อยๆนั่นแหละ
เพราะว่ายังทนได้ประมาณนึง
สวัสดี